วิธีการดูแลผิวหน้า & ผิวกาย !

เคล็ดลับผิวสวย
ผิวพรรณที่ดี ดูสวยงาม เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากการดูแลผิวที่ดี จนทำให้ปัจจุบันการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงให้สวยงามต่างก็มีการโฆษณาแข่งขันกันมากมาย

ทำให้ครีมบำรุงผิวบางชนิดมีราคาแพงจนหลาย ๆ คนไม่สามารถซื้อหามาใช้ได้ แต่วันนี้เรามีวิธีการดูแลผิวให้สวยใส ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบธรรมชาติ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองในกระเป๋ากันมากนัก แต่ก่อนอื่นเลยก็ต้องมาดูสาเหตุที่ทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ กันเสียก่อนว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี

 

สาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย
1.แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ เพราะแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกันและไฟเบอร์อีลาสตินในผิวหนังจะหนาขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไป

2.อากาศแห้ง อย่างฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ส่วนลมหนาวจะเป็นตัวทำให้ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่ออากาศหนาว ๆ เราจึงจำเป็นต้องทาโลชั่นป้องกันผิวไว้ทั้งตัว ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน

3.อากาศหนาว อากาศที่หนาวจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก เราจึงจำเป็นต้องมีการออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อกระตุ้นเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงผิวหนังด้วย และควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น

4.มลภาวะในอากาศ ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร ฯลฯ จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ ซึ่งปกติแล้วเยื่อหุ้มเซลล์จะเป็นด่านป้องกันที่สำคัญของร่างกายและมีหน้าที่ตัดสินว่าสารตัวใดที่ควรหรือไม่ควรจะนำเข้าสู่ร่างกาย

5.ความเครียด เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวนในหลายระบบ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย

6.สารตกค้าง ในอาหารหลายชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายไม่สดใสงดงามได้ อีกทั้งยังเป็นอนุมูลอิสระที่คอยทำให้เซลล์เสื่อมและแก่ชรา เช่น สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น

7.การสูบบุหรี่ อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสารอันตรายเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง

8.ยาเสพติด ก็ทำให้เกิดสารอันตรายทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้เช่นกัน และยังมีสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ให้เสื่อม แก่ชรา และอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

9.เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ จะทำให้เนื้อเยื่อทั่วร่างกายและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่นและเกิดถุงใต้ตาได้ง่าย

10.แสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีรังสีต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีดำมากขึ้นและกระจายสู่หนังกำพร้าได้เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์

11.น้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อนยานอย่างชัดเจน ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้

วิธีการบำรุงผิว
1.หลีกเลี่ยงสาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุตามที่กล่าวมา เช่น งดการโดนแดดจัดและใช้ครีมกันแดดอยู่เสมอ (สำคัญมาก), ใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี และกลูต้าไธโอน ซึ่งจะช่วยช่วยป้องกันการทำลายผิวจากแสงแดดได้บ้าง, งดการสูบบุหรี่ ยาเสพติด สุรา เพราะมีสารอันตรายไปทำลายเซลล์ เป็นอนุมูลอิสระทำให้แก่เร็ว และอาจเป็นโรคร้ายได้ง่ายขึ้นด้วย, ไม่ดื่มชาหรือกาแฟเกินกว่าวันละ 2 แก้ว เพราะจะทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ การทำงานของเซลล์ก็จะเสียไป, ในหน้าหนาว ถ้าต้องอาบน้ำอุ่นก็ให้ฟอกสบู่ไว ๆ เพราะถ้ายิ่งถูนานเท่าไรความชุ่มชื้นใต้ผิวก็จะยิ่งถูกดึงออกไปมากขึ้นเท่านั้น ส่วนหลังอาบน้ำก็ให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงที่เข้มข้นและทาให้บ่อยขึ้น หรือหลังล้างหน้าเสร็จก็ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นกลับไปทันที โฟมล้างหน้าที่ใช้ก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ล้างแล้วไม่ทำให้หน้ารู้สึกตึงมากก็เป็นอันใช้ได้ เป็นต้น

2.กินอาหารให้ครบห้าหมู่ อาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ ควรกินผักผลไม้ เพื่อร่างกายจะได้รับกากใยอาหาร ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบขับถ่าย ส่วนสารอาหารที่ได้จากการกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยป้องกันเยื่อหุ้มเซลล์จากการถูกทำลายด้วยขบวนการออกซิเดชั่นได้ เช่น อาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี และแร่ธาตุต่าง ๆ ถ้าเรากินอาหารตามธรรมชาติให้ครบ 5 หมู่ ก็ไม่จำเป็นต้องหาอาหารเสริมมารับประทานกันแล้ว

3.ไม่อดอาหาร อาหารที่ไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการและการจำกัดแคลอรีด้วยการอดอาหาร ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวหนัง เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อหลวมและกล้ามเนื้อขาดความกระชับมั่นคงแข็งแรง ผิวหนังขาดความมั่นคงแข็งแรง และยังเป็นสาเหตุของปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง เช่น การขาดวิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไนอะซิน ธาตุสังกะสี จะทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน มีผื่นแดงบนผิวหนัง เป็นต้น

4.ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวันคุณควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว โดยให้ดื่มเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนื่องจากน้ำนั้นเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ที่จะทำงานได้ดี ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นและเต่งตึงขึ้นได้บ้าง อีกทั้งน้ำยังช่วยกำจัดของเสียออกทางเหงื่อและไต และน้ำยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นที่สุดที่ร่างกายต้องการนำกลับมาชดเชยหลังจากออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย

5.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้เกิดการขับเหงื่อ และในขณะเดียวกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังเอาไว้ได้จากการกระตุ้นต่อมผลิตไขมัน การออกกำลังกายจึงช่วยรักษาสุขภาพผิวและคงความชุ่มชื้นของผิวหนัง นอกจากนี้ ยังช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวของคุณดูสดใสเปล่งปลั่งได้มาก แต่ถ้าไม่มีเวลามากพอคุณอาจทำกิจกรรมอื่น ๆ ทั่วไปแทนก็ได้ เช่น การล้างรถ การทำสวน เป็นต้น

6.พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะในขณะที่คุณหลับ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาเร่งการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายรวมทั้งผิว (Growt hormone) อีกทั้งการนอนหลับอย่างเพียงพอยังช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำและป้องกันการเกิดถุงใต้ตาได้อีกด้วย

7.อาหารบำรุงผิว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้นส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ร่างกายและสุขภาพผิวก็จะดีตามไปด้วย มาดูกันเลยว่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและส่งผลดีต่อผิวพรรณนั้นมีอะไรกันบ้าง ใครถูกใจอาหารประเภทไหนก็สรรหามารับประทานเพื่อเพิ่มความสวยจากภายในสู่ภายนอกกันได้เลย

8.เพิ่มสารอาหารบำรุงผิว การดูแลผิวพรรณภายในทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่หันมาเลือกรับรับประทานอาหารเสริมหรือเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ที่สามารถช่วยบำรุงผิวได้ให้มีความสดใส สวยงาม และดูดี อย่างเช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช ที่เป็นแหล่งสำคัญของสารอาหารที่ผิวต้องการ

9.ดื่มชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพผิว ซึ่งรายชื่อสมุนไพรที่น่าสนใจก็เช่น ชารางจืด, ชาชุมเห็ดเทศ, ชาเถาย่านางแดง, ชาบอระเพ็ด, ชากำลังเสือโคร่ง, ชากะเม็ง, ชาหญ้าดอกขาว, ชาหญ้าหนวดแมว, ชาหญ้าหวาน, ชาพลูคาว, ชาฟ้าทะลายโจร, ชาเห็ดหลินจือ, ชาเจียวกู้หลาน, ชามะตูม, ชาเขียว, ชาดำ, ชาใบหม่อน, ชาใบแปะก๊วย, ชาใบบัวบก, ชาดอกคำฝอย, ชาดอกกระเจี๊ยบ เป็นต้น โดยใช้ชงดื่มจืด ๆ จะช่วยทำให้สุขภาพร่างกายดีและผิวพรรณงดงามขึ้นได้

10.ดูแลผิวให้ถูกต้องตามวัย การดูแลผิวอย่างถูกต้องตามวัยและตามสภาพผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยทำให้ผิวสวยและคงความอ่อนเยาว์ได้ อย่างเช่น

11.เพิ่มน้ำในบรรยากาศ น้ำภายนอกตัวเรานั้นถ้ามีน้อยเกินไปก็จะดึงน้ำไปจากผิวหนังของเรา ทำให้ผิวแห้งตึง ดังนั้นคุณควรจัดบรรยากาศในบ้านให้มีความชุ่มชื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คงไม่ต้องถึงกับซื้อเครื่องทำความชื้นมาใช้ก็ได้

12.ใช้ครีมบำรุงผิวหรือโลชั่นบำรุงผิว ที่ให้ความชุ่มชื้นได้ทุกเช้าและเย็น ส่วนประกอบของครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยน้ำมัน น้ำ และสารที่เติมลงไปเพื่อช่วยให้น้ำและน้ำมันไม่แยกตัวจากกัน ถ้าส่วนประกอบมีน้ำมากกว่าน้ำมันจะเรียกว่า “โลชั่น” แต่ถ้ามีน้ำมันมากกว่าจะเรียกว่า “ครีม” (โลชั่นจะเหมาะกับคนผิวมัน ส่วนครีมจะเหมาะกับคนผิวแห้ง)

13.การผลัดเซลล์ผิว ผิวพรรณของเรานั้นจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ทุก ๆ 4 สัปดาห์ แต่ในผิวชราจะมีการผลัดเซลล์ที่ช้ากว่านั้น จึงทำให้มีเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมอยู่บนผิวของเราจนทำให้ผิวดูหมองคล้ำหยาบกร้านและเหี่ยวย่นได้ ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากผลไม้อย่าง AHA จะสามารถช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ได้เป็นอย่างดี

14.พอกและขัดผิวกายซะบ้าง การพอกผิวจะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยทำให้สีผิวดูดีขึ้นแล้ว ยังช่วยขจัดน้ำมัน รอยสกปรกและเซลล์ที่ตายแล้วออกไปได้ด้วย ซึ่งคุณสามารถทำเองได้ที่บ้านแบบง่าย ๆ แต่ได้ผล

15.แช่น้ำให้ผิวสวย ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตร เช่น สูตรแช่น้ำนม ช่วยรักษาผิวไหม้แดดได้ดี, สูตรข้าวโอ๊ต ช่วยให้ผิวเย็นสบายในขณะอาบน้ำ ด้วยการแขวนถุงผ้าที่ใส่ข้าวโอ๊ตประมาณ 2 ถ้วยไว้ที่ก๊อกน้ำในขณะที่เปิดน้ำไว้เต็มอ่าง จากนั้นเอาถุงข้าวโอ๊ตมาถูตัว หรือจะใช้ข้าวโอ๊ตเปียก ๆ ทาผิว แล้วเอาส่วนผสมของนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตมาทาอีกที, สูตรผสมน้ำมันหอมระเหยในอ่างอาบ

ข่าวคาสิโน