สวยแบบสาวญี่ปุ่นโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

มีเคล็ดลับความงามในแบบฉบับสาวญี่ปุ่น โดยไม่ต้่องเจ็บตัวพึ่งศัลยกรรมมาแนะนำประโยชน์อีกทั้งได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ว่าวิธีการรักษาความงามทำอย่างไร

1. ไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์ไหนก็ขอโชว์ผิวใสๆไว้ก่อน ทุกๆเช้าเราจึงควรดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว เพื่อดีท็อกซ์ร่างกายให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและยังเรียกความสดชื่นให้ร่างกาย ได้เป็นอย่างดี

2. ก่อนทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกเช้า ให้นวดครีมบนนิ้วมือเบาๆ เพื่อเป็นการวอร์มก่อนแต้มครีมบนใบหน้า 5 จุดแล้วนวดเบาๆ ในทิศทางวนขึ้น เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและกระชับผิวหน้า

3. สูตรผิวใสแบบญี่ปุ่น ฝานมะเขือเทศหนาๆ 1 ชิ้น มาถูทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ เน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยน แล้วใช้น้ำเย็นล้างหน้าให้สะอาด วิตามินซีและกรดAHAในมะเขือเทศจะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก

4. อยากให้หน้าเด็กอยู่เสมอ ต้องให้เวลาและใส่ใจกับการเช็ดเครื่องสำอางให้มากๆ เพราะสิ่งตกค้างจะทำให้รูขุมขนอุดตันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และเมื่อสะสมไปนานๆ จะทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย

5. ลืมครีมรองพื้นแบบหนาเตอะไปได้เลย ต้องรองพื้นเนื้อบางให้หน้าดูเนียนเป็นธรรมชาติถึงจะอิน!

6. เริ่มหัดใช้ฟองน้ำหรือแปรงเกลี่ยรองพื้น เพราะจะทำให้รองพื้นติดทนนานกว่า แถมยังดูบางเบาเนียนไปกับผิวมากกว่าการใช้นิ้วมือ

7. สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ (เหมือนบ้านเรานั่นแหละ) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา จึงต้องทาอายครีมเป็นประจำและมาสก์สัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อรู้สึกว่าดวงตาอ่อนล้า

8. เคล็ดลับสร้างเส้นกรอบตาให้ดูกลมโตของสาวซากุระ คือ ปัดมาสคาร่าขนตาล่างด้วยเสมอ

9. เทคนิคปัดมาสคาร่าที่ขนตาล่าง คือ ตั้งแปรงขึ้นแล้วปัดไปทางซ้ายและขวาจนครบทุกเส้น

10. กรีดอายไลเนอร์ที่ขอบตาบนให้เป็นเส้นโตๆ พอมาถึงหางตาให้กระดกปลายเส้นขึ้น นิดๆ จะช่วยให้สาวตาชั้นเดียวหรือสาวตาเล็กแลดูดวงตาโตขึ้น แถมอินเทรนด์อีกด้วย

11. ถ้าเป็นสาวตาโตอยู่แล้วควรกรีดอายไลเนอร์เส้นบางๆ หรือใช้ดินสอเขียนแค่ขอบตาเน้นให้ดูคมขึ้นก็พอ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ตาดูดุเกินไป

12. เทรนด์ที่สาวญี่ปุ่นกำลังฮิตคือ เขียนอายไลเนอร์สีดำที่ขอบตาบนและล่าง แล้วเกลี่ยอายแชโดว์ไฮไลท์สีขาวหรือสีสว่างๆขอบตาล่าง ไล่จากหางตามาเรื่อยๆให้เส้นฟุ้งหายไปที่หัวตา

13. แต้มอายแชโดว์ที่มีประกายทองหรือบรอนซ์อ่อนบริเวณหัวตา จะช่วยให้ใบหน้าและดวงตาดูสว่างขึ้น

14. ฮิตมาตลอดก็ต้องลิปกลอสใสแวววาว แนะนำให้เลือกลิปกลอสสีแดงนิดๆ ทำให้ริมฝีปากแลดูสุขภาพดี

15. ถ้าอยากทาปากสีเข้มควรเติมลิปกลอสทับเพื่อให้ดูนุ่มนวลขึ้น และลดความเข้มของสีเปลือกตาและบลัชออนลงด้วย

16. สาวญี่ปุ่นมักจะเน้นการแต่งตาเป็นหลัก จึงไม่ควรปัดแก้มแข่งกัน อาจใช้บลัชออนชนิดครีมลงที่พวงแก้มก่อน แล้วค่อยปัดแป้งฝุ่นทับอีกที แก้มจะได้ดูใสๆเป็นธรรมชาติ

17. นอกจากจะนิยมอายแชโดว์สีสว่างสดใสแล้ว ช่วงนี้สีเทาดำแบบสโมกกี้อายก็กำลังมาแรงเช่นกัน

18. แทบไม่มีสาวญี่ปุ่นคนไหนที่ไม่กันคิ้ว เพราะการกันคิ้วจะทำให้ช่วงตาดูสดใส เคล็ดลับ คือ ควรกันคิ้วหลังล้างหน้าซึ่งเป็นช่วงที่ขนคิ้วอ่อนนุ่ม และกันคิ้วเฉพาะด้านล่างเท่านั้น เพราะการกันคิ้วด้านบนจะทำให้ใบหน้าดูเศร้า

19. สาวญี่ปุ่นมักหากรรไกรเล็กๆมาเล็มขนคิ้วที่ยาวเกินไป ส่วนมีดโกนเหมาะสำหรับกันส่วนเกินที่ไม่ได้รูปเท่านั้น

20. วิธีดีท็อกซ์ง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่น เพียงนอนแช่ในน้ำอุ่นสัก 10 นาที รูขุมขนจะเปิดกว้างพร้อมขับของเสียออกออกมากับเหงื่อ และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ผิวพรรณจะเปล่งปลั่งมีเลือดฝาดมากขึ้น

21. เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมทำสีผมแบบใหม่จากญี่ปุ่น คือใช้น้ำยาที่มีออกซิแดนซ์ต่ำ ทำให้ผมไม่แห้งเสีย และเกิดอาการระคายเคืองน้อย สีที่กำลังมาแรง คือ สีน้ำตาลอมเทาและน้ำตาลประกายชมพู สำหรับสาวผมแห้งเสียขอแนะนำทรีตเมนท์ Bond ที่ดาราญี่ปุ่นกำลังนิยมมากๆ

22. คิ้วสวยได้รูปเป็นอย่างไร หัวคิ้วควรตรงกับหัวตา ส่วนที่โค้งที่สุดของคิ้วอยู่ตรงเส้นรอบตาดำด้านหางตา และหางคิ้วควรมีความยาวอยู่ในแนวปีกจมูกถึงหางตา แต่ถ้าไม่ชำนาญลองแวะไปใช้บริการที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางก็ไม่ว่ากัน

23. ฮิตทำสีผมแล้ว อย่าลืมเขียนคิ้วให้เป็นสีใกล้เคียงกับสีผม สำหรับใครที่มีคิ้วบางใช้ดินสอ หรือส่วนสาวคิ้วหนาใช้มาสคาร่า แต่ถ้าไม่มีก็ใช้พู่กันแต้มอายแชโดว์สีน้ำตาลเขียนแทนได้เหมือนกัน

24.เดี๋ยวนี้สาวญี่ปุ่นนิยมอาบแดดไม่แพ้ฝรั่ง หลังจากโดนแดดมาทั้งวันผิวตัวดูคล้ำขึ้น แนะนำให้เอาสตรอเบอร์รี่มาปั่นพอหยาบๆผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาพอกไว้ตาม ร่างกายประมาณ 15 – 30 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวดูเนียนใสขึ้น

25. เคล็ดลับสุขภาพดีจากภายในอยู่ที่การเลือกรับประทานอาหารที่รสไม่จัด ปลา และอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น ซอสถั่วเหลือง เต้าหู้

26. การขัดผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากช่วยให้ผิวสะอาดเนียนนุ่มแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลือง จึงทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายเพิ่มขึ้น

27. การดื่มชาร้อน(ไม่ร้อนจัด)เป็นประจำจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน ลดคอเรสเตอรอลและช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย แถมยังช่วยลดอัตราการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ด้วย

28. เคล็ดลับผมนุ่มสลวยแบบธรรมชาติ คือ การนำสาหร่ายญี่ปุ่น(คมบุ)มาแช่ในน้ำทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นนำน้ำที่แช่สาหร่ายมานวดผมหลังสระ แล้วล้างออกให้สะอาด

29. การต่อเล็บแล้วเพ้นท์ด้วยสีสันสดใส ประดับเพชรหรือประดับด้วยดอกไม้แบบสามมิติ ยังคงมาแรงในญี่ปุ่น